เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก :
นิตยสารเจาะสนามนก ครบเครื่องเรื่องนกแข่ง นกหัวจุก นกเขาชวา นกเขาใหญ่ วางแผงทุกเดือน หาซื้อได้ตามร้านขายหนังสือทั่วประเทศ
เวลาออนไลน์
พฤษภาคม 2556
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
  1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  
มุมนี้เนื้อหาน่าอ่าน

เมนูผู้ใช้งาน
หมายเลข IP ของคุณ 54.234.180.187


สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน

ชื่อเรียก:
รหัสผ่าน:
 

สถิติสมาชิก
สมาชิกคนล่าสุด : Kaiyai
สมาชิกทั้งหมด : 12,898

ผู้ที่กำลังใช้งาน : 296
บุคคลทั่วไป : 285
สมาชิก : 11

VDO ประทับใจ
นกหลักแสน ของแฉ่ง คลองเรียน
 

นกมเหศวร ของเจาะสนามนก
  

เจ๊ะอาแม เทพแห่งกรงแกะดอก
 

สมาพันธ์ เรียกร้องให้หาทางออก
 

หนึ่งเดียวใบนี้ เทพแห่งกรงแกะ
 

นกศักดิ์ชัย นกชะเลิศถ้วยในหลวง

    
นับดอก ๒๐ ดอกใน ๕๐ วินาที
 

สารวัตรเป้ กับ เจ๊ะอาแม
 

นกช้างเผือก แชมป์นกเผือก 
 

นกร้องสำนวนหายากมาก
คลิปเด่น
ถ้วยพระราชทาน
เจาะสนามนก เมษา 2555
 

งานไทย-มาเล กค 2555
 

ลุยบ้านตะขอมะนัง จะนะ
 

Miracle Year
Amazing Thailand 12
 

การทำหัวกรงนก
     

งานถ้วยวัดไร่ขิง ต้นปี 55
 

โกก้าวสะสมกรง
 
เคล็ดเซียน นกเขาใหญ่





เคล็ดเซียนนกเขาใหญ่

โดย.............[ดอยปุย]






ก็ต้องกล่าวคำว่าสวัสดีบรรดา สาวก นกเขาใหญ่คารมอีกเหมือนเคยครับ  เอ๊าท์!!!..... “สวัสดีคร๊าบ..พี่น้อง” มาอีกแว้วว..ว    [ดอยปุย]  เจ้าเก่าเจ้าเดิม  พอดีเรื่องงานส่วนตัวมันเยอะมากๆ เลยทำให้ฉบับที่ 3 เขียนได้น้อยนิดครับ  มาเจอกันฉบับนี้ก็เลือดตาแทบกระเด็นอีกเช่นเคย รีบพิมพ์ต้นฉบับส่งจนนิ้วหงิกงอทีเดียว....แต่ถึงจะรีบ  เรื่องราวต่างๆที่ผมนำมาเสนอก็ยังเต็มไปด้วยสาระอย่างเต็มเปี่ยมเหมือนเดิมครับ

จากฉบับที่แล้วที่ผมยังค้างเรื่องราวของศาสตร์แห่งคารมเอาไว้ ฉบับที่ 4 นี้เรามาว่ากันต่อเลยครับ  เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เริ่มเรื่องกันเลย

ยกตัวอย่างเพื่อเปรียบเทียบให้เข้าใจกันได้ง่ายขึ้นก็คือ

คำขันเรียก  ถือว่าเป็นการ ชักชวน เชื้อเชิญหรือเรียกนกอีกฝ่ายให้มาต่อสู้กัน ( ชวนตีก็ว่าได้ครับ )

คำขันหนุน  เป็นกริยาของการย้ำหรือเน้นเพื่อให้นกอีกตัวเกิดความกลัว

คำขันคู  เป็นการย้ำอีก ขู่อย่างรุนแรงด้วยอารมณ์โกรธแบบสุดๆหรือแสดงอาการของความยิ่งใหญ่เพื่อปกป้องอานาเขตของตน      ( ถ้าเป็นนกกรงหัวจุกก็เปรียบเหมือนนก ริก นั่นเอง )………..]  ( ความเดิมตอนที่แล้ว... )



 ทางด้านของเรื่อง คารม นั้น มีผู้สนใจที่ได้ติดตามอ่านและเกิดความสงสัยติดต่อมาถามกันมากเกี่ยวกับเรื่องนี้  ไม่แปลกครับที่เราจะรู้สึก งง “อะไรกันเนี้ย เรียก หนุน คู อะไรก็ไม่รู้ ฟังไม่เห็นจะออก”  อย่างที่บอกกล่าวกันไป ว่า คารม ไม่ใช่เรื่องหมูๆเลย  ต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะเริ่มเข้าใจ  งั้นมาฉบับนี้ผมจะขอยกตัวอย่างเพิ่มเติมเพื่อให้เพื่อนๆพี่ๆชาว “เจาะสนามนก”เข้าใจในเรื่องคารมชัดเจนขึ้น

ขันอย่างไรกรรมการถึงจะให้คะแนน  มาดูจากตัวอย่างนี้กัน

1. นกขัน  เรียก  (/)  เรียก  (/)  เรียก  (/)  นกที่ขันแบบนี้เป็นนกที่ไม่มีคารม  แต่จะบอกว่าเป็นนกป่า 100% ไม่ได้ครับ นกลูกผสมที่ออกมาขันไม่มีคารมเลย  คือมีแต่คำ เรียก  (/)  แข่งติดอันดับมาแล้วก็เคยมีให้เห็นกันอยู่บ้างครับ แต่จะติดอยู่ในอันดับท้ายๆ

2. นกขัน  เรียก  (/)  หนุน  (-)  เรียก  (/)  หนุน  (-)  เรียก  (/)  เป็นนกที่ขันไม่เต็มตับหรือตับขาดนั่นเองคือขาดคำคู  ในการให้คะแนน นกตัวนี้ขัน 1 พยางค์เท่ากับ 2 คำ ได้คะแนนเพียงแค่ 1 คะแนน

3. นกขัน  เรียก  (/)  คู  (.)  เรียก  (/)  คู  (.)  เรียก  (/)  แบบนี้ก็ตับขาด คารมไม่สมบูรณ์ ขาดคำขันหนุน ขัน 5 พยางค์เท่ากับ 2 คำ ได้คะแนนที่คำคู 2 คะแนน นกแบบนี้จะดีกว่านกในข้อที่ 2 หนึ่งเท่าตัว ถ้ามีความถี่ดีมากๆ นกขันตับสลับหลายๆชั้นก็กินได้ยากเหมือนกันนะครับ

4. นกขัน  เรียก  (/)  หนุน  (-)  คู  (.)  เรียก  (/)  หนุน  (-)  คู  (.)  เรียก  (/)  เป็นนกขันเต็มตับสมบูรณ์ โดยมีตับสั้น คารมสั้นอยู่ในเกณฑ์ดี เพราะจะทำให้เพิ่มประโยชน์ในการเพิ่มคะแนนตับ อีก 2 คะแนน ในการให้คะแนนนกที่ขันเต็มตับ คือ คำหนุน 1 คะแนน  คำคู 2 คะแนน  เพิ่มพิเศษขันเต็มตับอีก 2 คะแนน รวมตับนี้นกขัน 3 คำ ได้ 5 คะแนน

5. นกขัน  เรียก  (/)  หนุน  (-)  คู  (.)  หนุน  (-)  เรียก  (/)  หรือ  เรียก  (/)  คู  (.)  หนุน  (-)  คู  (.)  เรียก  (/)  คำหนุนในวรรคแรกกับคำคูในวรรคที่ 2 เป็นคำเสริมตับสลับ 1 ชั้น แต่ได้รับประโยชน์ต่างกันนิดหน่อย คือ คำขันหนุนท้ายวรรคแรกจะได้คะแนนประจำคำ 1 คะแนน ได้คะแนนตับสลับอีก 2 คะแนน รวมเป็น 3 คะแนน  ส่วนวรรคที่ 2 คำขันคูสุดท้ายเป็นเป็นตับสลับคู จะได้คะแนนประจำคำ 2 คะแนน เพิ่มตับสลับอีก 2 คะแนน รวมเป็น 4  ผลต่างที่เห็นกันก็คือ นกที่ขันคูจะเหนือกว่านกขันหนุน อย่างเจ้านก [ดอยปุย] นั่นเอง 555+ ขันคูเยอะจัดจนบางทีไม่มีคำหนุนในตับ  เลยกลายเป็นนกขันตับขาดซะงั้นเลย  เอิ๊กๆๆ

6. นกขัน  เรียก  (/)  หนุน  (-)  คู  (.)  หนุน  (-)  คู  (.)  หนุน  (-)  เรียก  (/)  หรือ  เรียก  (/)  คู  (.)  หนุน  (-)  คู  (.)  หนุน  (-)  เรียก  (/)   วรรคแรกคำหนุนที่ 2 เป็นตับสลับ 1 ชั้น คำคูข้างหลังเป็นตับสลับ 2 ชั้น  และในแบบเดียวกัน วรรคที่ 2 คำคูคำที่ 2 ของวรรคเป็นตับสลับ 1 ชั้น คำหนุนต่อท้ายเป็นตับสลับชั้นที่ 2 การขันแบบนี้นกทั้งสองดีเท่ากัน

7. นกขัน  เรียก  (/)  หนุน  (-)  คู  (.)  หนุน  (-)  คู  (.)  หนุน  (-)  เรียก  (/)  หรือ  เรียก  (/)  คู  (.)  หนุน  (-)  คู  (.)  หนุน  (-)  เรียก(/)   คำหนุนสุดท้ายของวรรคแรกและคำคูสุดท้ายของวรรคที่สอง ไม่นับเป็นตับสลับ แต่จะได้ประโยชน์ของการให้คะแนนประจำคำ  คำหนุน 1 คะแนน  คำคู 2 คะแนน  การขั้นตับสลับตั้งแต่ 3 ชั้นขึ้นไปจะต้องมีคำหนุนต่อด้วยคำคู หรือ คำคูแล้วต่อด้วยคำหนุน ควบไปเสมอ  ถ้าขาดคำใดคำหนึ่งไป คือคำคูเดี่ยว  หรือ คำหนุนเดี่ยว  ตามกติกาในการแข่งขันถือว่าเป็นการขันไม่สลับตับ



และแล้วก็มึนงงกันไปทั้งคนเขียนและผู้อ่าน  ฮ่าๆ  ล้อเล่นครับ  พยายามอ่านและทำความเข้าใจเมื่อตัวเรารู้สึกว่าเริ่มฟังออก  ในช่วงแรกๆแม้แต่ผมเองก็ยังไม่อยากจะอ่านเรื่องราวของคารมเลย.... “อะไรวะเนี้ย!! ตับสลับเอย  เสียงร้องเอย งงเป็นบ้า...” แต่เมื่อถึงวันที่เราเริ่มคลุกคลีกับนกมากขึ้น กลับมาลองอ่านทำความเข้าใจใหม่ คราวนี้รู้เรื่องแล้วเรา

สุดท้ายของเรื่องราวของ คารม  ผมอยากจะฝากบอกไว้ว่า การเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับ คารม ของนกเขาใหญ่ไม่ใช่เรื่องที่เราจะทำความเข้าใจกันได้ในเวลาอันรวดเร็วนัก แต่ถ้าหมั่นฝึกฝนและทดลองฟังจากนกหลายๆตัว(ยิ่งเจอนกมาก็ยิ่งมีประสบการณ์มาก) ก็สามารถจะทำให้มือใหม่พัฒนาฝีมือในการฟังได้อย่างชำนาญโดยใช้เวลาไม่มากเลยทีเดียวครับ  ยิ่งในยุดสมัยนี้มีเทคโนโลยีใหม่ๆเกิดขึ้นจึงทำให้เราสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการแยกเสียงของนกได้

เช่น การใช้โปรแกรม Nero Wave Edit  เพื่อดูรูปคลื่นเสียงขัน อย่างนี้เป็นต้น ฉะนั้น  จริงๆแล้วผู้เลี้ยงมือใหม่สมัยนี้จะเรียนรู้ได้เร็ว  มากกว่าผู้เลี้ยงในสมัยก่อนซะด้วยซ้ำ เพียงแต่เราต้องรู้จักนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ควบคู่กับการเลี้ยงนกของเรา เพื่อจะได้เป็นการช่วยกันพัฒนาวงการ “นกเขาใหญ่คารม” ให้คงอยู่กับลูกหลานและทัดเทียมกับวงการนกแข่งขันอื่น ให้จนได้.......

หลังจากหมดเรื่องคารมที่แสนจะวุ่นวายไปเรียบร้อย ทีนี้ก็มาถึงเวลาในการหานกเจ๋งๆมาอยู่ในครอบครองกันซะที  แล้วเราจะต้องดูจากอะไร??  ในการหาซื้อหรือจะด้วยวิธีไหนก็ตามครับ ( ห้ามหานกโดนการทำผิดกฎหมายเด็ดขาดนะครับ ) ดักคอไว้ซักเล็กน้อย  ในการจะหานกมาเลี้ยงซักตัวเพื่อหวังว่านกของเราจะได้ไปติดรางวัลกับเค้าบ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็น  เอาเป็นว่าผมจะเล่าถึงวิธีการเลือกนกในแบบของผมก็แล้วกันนะครับ...





เลือกนกเขาใหญ่อย่างไร  ในแบบฉบับ [ดอยปุย]



 ในการเลือกและตระเวนหานกที่ดี มีแววทำได้โดยแบ่งเป็น 2 แบบใหญ่ๆ

1. ขอแบ่งนกแข่งดีๆจากบรรดาท่านผู้อาวุโสหรือผู้ที่แข่งขันอยู่ในวงการ ณ ที่สนามแข่งขัน  โดยเราต้องไปนั่งดู ในขณะที่นกทำการขึ้นตะขอแข่งขันเลยครับ สังเกตดูว่าเราชอบนกตัวไหน สไตล์อย่างไรเช่น ชอบนกที่ได้อายุ( เป็นนกที่มีประสบการณ์ในการแข่งขันมากๆ ) นกพวกนี้จะรู้งานเหมือนสั่งได้อะไรแบบนั้นเลยครับ และอีกอย่างก็คืออายุมาก เก๋าเกมส์กว่านกอายุน้อยๆ ส่วนใหญ่นกกลุ่มนี้จะมีราคาค่อนข้างสูง (แต่ก็คุ้มกับการที่เราจะต้องพรากความผูกผันระหว่างเจ้านกกับผู้เลี้ยงไป)  หลังจากดูสไตล์การสู้ของนกแล้วทีนี้ก็ลองดูคะแนนที่ได้ว่าเราพอใจมากน้อยแค่ไหนครับ พอตกลงใจว่าชอบตัวไหนแล้วทีนี้ก็อยู่ที่ความสามารถของเราเองแล้ว ว่าจะทำอย่างไรที่จะขอความกรุณาจากเจ้าของนกตัวนั้น....แบ่งมาให้มือใหม่ๆได้ลองเลี้ยงและได้สัมผัสกับ “นกเขาใหญ่คารมที่แท้จริง”  แต่มีสิ่งหนึ่งที่ ผมอยากจะฝากไว้ก็คือค่าของเงินทองไม่สามารถจะแลกเปลี่ยนเป็น เจ้านกเขาใหญ่คารมที่เจ้าของสุดแสนจะรักได้ซะเสมอไปนะครับ บางทีเราก็ต้องพกความจริงใจติดตัวไปด้วยครับ

2. หานกกระดูกอ่อน (พวกนกที่ยังมีอายุน้อย) การหานกเด็กๆมาเลี้ยง ฟูมฟัก เพื่อให้เป็นนกแข่งที่เก่งในวันข้างหน้าแบบนี้ ต้องใช้ประสบการณ์ค่อนข้างมากเพื่อคัดเลือกลูกนกที่มีแวว มีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากลูกนกตัวอื่นๆ วิธีการนี้ผมขอแนะนำสำหรับมือใหม่ทุกๆท่านเลยครับ เพราะใช้ทุนในกระเป๋าไม่มากนัก แต่ต้องใช้ความอดทนสูง และเป็นการพิสูจน์ตัวเองด้วยว่า ตอนนี้ตัวเรารู้จักกับนกเขาใหญ่คารมดีมากพอหรือยัง





[ เทคนิคและเคล็ดลับต่างๆในการเลือกนกเขาใหญ่คารมอย่างเซียน ]

1. เราต้องสอบถามประวัติ ที่มาที่ไปของลูกนกซะก่อนว่า ต้นตระกูลเป็นมาอย่างไรบ้าง พ่อเป็นใคร แม่มาจากไหน ยิ่งรู้ประวัติของนกที่เราสนใจมากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งเลือกได้ง่ายขึ้นครับ

2. หลังจากจับลูกนกขึ้นมาจากกรงบินใหญ่มาใส่กรงเลี้ยงแล้วเจ้าลูกนกมีอาการเป็นอย่างไร บางตัวตกใจกลัวมากจนเกินเหตุแต่บางตัวไม่มีอาการตกใจเลยแถมร้องให้เราได้ยินกันซะอีก แบบนี้ก็แสดงว่าลูกนกตัวที่ไม่ตกใจจะต้องมีใจที่ดีกว่าอีกตัวแน่นอน

หลังจากได้ยินน้ำเสียงแล้วก็ลองฟังดูว่าน้ำเสียงดีมากน้อยเพียงใด ขันเข้าตับแล้วเป็นอย่างไร และที่สำคัญเราต้องทราบถึงอายุที่แน่นอนของลูกนกด้วย( ตรงนี้สำคัญครับ ) อย่างที่ผู้เขียนอย่างผมพบเจอมากับตัวเอง  ก็คือเจ้าลูกนกตัวที่เก่งๆก็มักจะฉายแววออกมาตั้งแต่อายุน้อยๆเลย  เช่น  เจ้าลูกนกอายุได้แค่ 2 เดือนเศษ ก็เริ่มขันโยนได้แล้ว และที่ทำให้ตกตะลึงที่สุดที่เคยเห็น ลูกนกอายุได้เพียงแค่ 3 เดือน 15 วัน เกาะคอนไม้ ขันเข้าตับอย่างไม่หยุดหย่อน แถมด้วยเมื่อจับมาเลี้ยงในกรงเลี้ยง อกอีแป้นจะแตก!!

ออกอาการสู้นกเหมือนกับนกที่แข่งติดมาแล้วอย่างไม่เกรงกลัว 

3. การคัดเลือกโดยการสังเกตนิสัยของนก

การเลือกนกเขาใหญ่คารมที่เก่งหรือแข่งติดบ่อยครั้งต้องสังเกตลักษณะนิสัยของนก ว่ามีนิสัยที่เป็นประโยชน์กับกฏกติกาการแข่งขันหรือไม่ เช่น มีนิสัยชอบขันเข้าตับยาวๆ ไม่ค่อยกลัวคน นกพวกนี้จะคุ้นเคยกับเจ้าของเร็วมาก ฯลฯ

4. นกที่มีน้ำเสียง-แกนเสียงที่แตกต่างจากนกทั่วๆไปแต่ต้องแตกต่างไปนทางที่ดีนะครับ เช่น น้ำเสียงฟังแล้วรู้สึกแทงหูมากๆ โทนเสียงตวาดหนักแน่น ใส ลอยไกล ฯลฯ นกกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เมื่อขึ้นแข่งคู่แข่งจะกลัว ตกใจ ไม่นานนักก็สามารถกดคู่ต่อสู้อีกตัวอยู่หมัดเลยทีเดียว

5. ฟังนกขันอย่าฟังคนขายนกขัน

6. นกที่จะเป็นนกแข่งที่ดีควรจะสู้ในทุกสถานะการและทุกสถานที่ ราคาต้องไม่สูงมากจนเกินไป แต่การซื้อขายนั้นก็อยู่ที่คนทั้งสองฝ่ายถ้าต่างพอใจก็รีบเอานกกลับบ้านเลยทีเดียวเชียว



สิ่งหนึ่งในการคัดเลือกลูกนกก็คือ อย่ารีบร้อนและอย่าเพิ่งไปสนใจกับคำว่า”คารม”มากนักเพราะนกอายุยังไม่มาก(ประมาณ4-12เดือน)เมื่อนกโตขึ้นทั้งคารม น้ำเสียง ความถี่ จะสามารถพัฒนาไปได้อีก เบื้องต้นก็ให้สืบประวัติ ฟังน้ำเสียง สังเกตนิสัยของนก ดูความกล้า ความดุดันว่าเหมาะกับกฎกติกาการแข่งขันในสมัยนี้รึเปล่าแค่นั้นก็เพียงพอครับ ที่เหลือก็อยู่ที่น้ำเลี้ยงของเราเอง ว่าจะสามารถปั้นแต่งลูกนกที่มีแววให้เป็นนกแข่งที่เก่งได้มากแค่ไหนนั่นเองครับ สำหรับนกเขาใหญ่คารมที่เป็นนกแข่งติดอันดับแล้วบางตัวได้รับรางวัลตอนมันอายุอยู่ในช่วง 6 - 10เดือนก็มีให้เห็นมากมายนัก อย่างลูกนกเสียงใหญ่ของผมก็สามารถแข่งติด ตอนอายุเพียง 10 เดือน เมื่อไหร่ที่สังเกตุเห็นลูกนกมีอาการณ์แบบในเบื้องต้นที่พูดมาเราก็สันนิฐานได้ก่อนเลยว่าเจ้าลูกนกแบบนี้จะต้องเป็นนกที่สุดยอดในวันข้างหน้าอย่างแน่นอน( แบบว่าฉายแวววว....ว )  เท่าที่ผมทดลองใช้วิธีการสังเกตดูลูกนกที่อยู่ในกรงรวมใหญ่แบบนี้ ได้ผลดีเกินคาดครับ (แต่ยังไงหลายๆท่านก็ลองหาวิธีการของตัวเองหรือลองทำแบบผมดูก็ไม่หวงเลย)  ในการสังเกตก็ต้องใช้อีกหลายๆอย่างประกอบกันไปด้วยครับ ไว้ถ้านึกออกจะนำมาเล่าสู่กันฟังในฉบับต่อๆไป  อีกอย่างที่สำคัญครับ เราจะต้องหาที่ปรึกษา ที่มีประสบการณ์ ไว้เป็นที่ปรึกษาซักคนจึงจะประสบความสำเร็จได้ โดยใช้เวลาไม่มากจนเกินไปและเดินบนเส้นทางสายนี้ได้อย่างถูกต้อง





ดินดำสำคัญอย่างไรกับนกเขาใหญ่คารม

 ดิน  หิน  ทราย  มีความสำคัญมากสำหรับสัตว์ปีกอยู่แล้ว เพราะสัตว์ปีกต้องใช้ ดิน ทรายเพื่อช่วยในการย่อยอาหารที่มันกินเข้าไป ยิ่งนกเขากินเมล็ดพืชต่างๆเป็นอาหาร อธิเช่น ข้าวเปลือก ข้าวฝ้าง มิลเล็ต ถั่วเขียว  ฯลฯ เนื่องจากเมล็ดพืชมีความแข็ง  กระเพาะอาหารอย่างเดียวจึงไม่สามารถทำหน้าที่ย่อย อาหารจำพวกนี้ได้หมด  และนกก็ไม่มีฟัน เพื่อทำหน้าที่ช่วยในการย่อยอาหารในขั้นแรกแบบมนุษย์เรา ฉะนั้นกระบวนการย่อยและดูดซึมสารอาหารของสัตว์ปีกจึงต้องใช้เศษหินเศษดินทราย มาช่วยแบ่งเบาการทำหน้าที่ของกระเพาะ   นี่แหละคือสาเหตุว่าทำไมเราต้องใส่ดิน หรือทรายไว้ให้นกเขากินควบคู่ไปด้วย แต่นั่นก็เป็นเพียงประโยชน์ข้อแรกของดินดำเท่านั้น  ส่วนประโยชน์ข้อต่อไปก็สำคัญไม่แพ้กันครับ

 ประโยชน์ของดินดำอีกข้อหนึ่งก็คือ ทำให้นกเขาที่เรานำมาใส่กรงเลี้ยง( ผิดธรรมชาติ ) ถ่ายท้องได้ดี ท้องไม่ผูก ขี้นกก็จะไม่แข็ง เพราะในส่วนผสมของดินดำที่เราทำให้นกเขาของเรา มีสมุนไพรหลายชนิดที่มีสัพคุณทางยาเป็นยาระบาย เช่น ใบชุมเห็ด

พริกป่น มะขามเปียก  ฯลฯ  ส่วนผสมเกือบทั้งหมดที่ผสมลงไปในดินดำ มีจุดประสงค์หลักคือ ช่วยทำให้นกเขาขับถ่ายสะดวก  ท้องไม่ผูก หลายๆท่านคงสงสัยขึ้นมาแล้วซิว่า แค่ท้องผูก ขี้แข็ง เนี้ยมันสำคัญมากเชียวหรือ ? ผมตอบได้เลยครับว่าสำคัญสุดๆ!!

ไหนๆก็พูดเรื่องนี้มาแล้ว ก็เอาให้กระจ่างกันไปเลยแล้วกันครับ ถือว่าชดเชยให้ในฉบับที่ 3

 ธรรมชาติของนกเขาใหญ่ นกประเภทนี้จะไม่ค่อยแสดงอาการใดๆให้เราเห็นกัน ไม่ว่าจะเป็นเวลาเจ้านกไม่สบายก็ตาม ไม่เหมือนพวกนกกรงหัวจุกที่จะแสดงอาการออกมาให้ผู้เลี้ยงได้เห็นและรักษาได้ทันเวลา  แต่ส่วนใหญ่นกเขาก็จะไม่ค่อยป่วยหรือตายง่ายๆ รียกได้ว่า โค-ตะ-ระ อึดเลย เพียงแต่เจ้านกเขาที่เรานำมาเลี้ยงมักจะมีปัญหาในเรื่องระบบการย่อยอาหาร ทำให้มีอาการท้องผูกอยู่เสมอๆ  สิ่งสำคัญอีกอย่างที่เราจะสังเกตเห็นได้บ่อยๆว่าเมื่อเจ้านกเกิดอาการกลัวสิ่งใดมากๆจะส่งผลไปถึงระบบการขับถ่ายได้ทันที เช่น ขี้เขียว  อันนี้ใครที่เลี้ยงนกแข่งจะทราบกันดี เพราะลูกนกของหลายท่านที่ปั้นขึ้นมาแข่งขันใหม่ๆส่วนมากจะโดนนกแก่ๆอัดซะ ขี้เขียวกลับบ้านไปตามๆกันจริงมั้ยครับ 555+ นกผมยังเคยเลย  วิธีการสังเกต ดูจากขี้นกที่ขับถ่ายออกมาว่ามีลักษณะเป็นก้อนแข็งหรือไม่ ถ้าใช่นั่นแหละครับท้องผูกไปเรียบร้อยแล้ว ปกติขี้ของนกที่มีสุขภาพดีจะแหลวงแบบมีน้ำออกมาปนกับส่วนของมูลนกอยู่ด้วย

 นกท้องผูกส่งผลอย่างไร

1. นกที่เคยแข่งขันติดอันดับมาแล้วบ่อยครั้งก็จะไม่ติด หรืออันดับลดลงอย่างเห็นได้ชัด ถ้าปล่อยไว้นานอาจถึงขั้นแข่งไม่ติดไปเลยก็มี

2. นกที่เคยขันได้ทั้งวันก็กลับเป็นนกที่ขันน้อยหรืออาจจะขันโยนมันทั้งวันโดยไม่เข้าตับ

3. สรุปง่ายๆก็คือ นกของเราจะดรอปลงในทุกๆเรื่อง ทีนี้เห็นรึยังครับว่าสำคัญขนาดไหน



การทำดินดำ

 การทำดินดำให้นกเป็นอะไรที่ใช้เวลานานเป็นวันๆครับ เอาเป็นว่าถ้าวันไหนตั้งใจจะทำดินดำวันนั้นทั้งวันไม่ต้องอะไรกันแล้ว! บางครั้งที่ทำ 1 วันไม่เสร็จก็มี แต่ที่เคยเจอกับตัวเองครั้งที่หัดทำครั้งแรกๆ หลังทำเสร็จก็นำดินที่ได้มาใช้ปกติ ใช้ได้ 2 วันราขึ้น!!! น้ำตาแทบไหล  เหตุการณ์นั้นทำให้ผมต้องจดจำมาจนถึงวันนี้ว่า เมื่อไหร่ที่ทำดินดำจะต้องห้ามรีบร้อนเด็ดขาด!! เพราะอะไรราถึงขั้นดินดำ ก็เพราะตอนขั้วดินให้แห้งจะต้องใช้ไฟอ่อนๆค่อยๆขั้วดินที่มีน้ำส่วนผสมท้วมอยู่จนกว่าดินจะแห้งสนิทไม่อย่างนั้นก็จะประสบเหตุการณ์ที่ผมพบเจอ  การเสียเวลาทำดินดำนั้น สำหรับผู้เลี้ยงนกเขาใหญ่คารมเก่งๆดีๆหลายคนก็พร้อมที่จะยอมเสียเวลาในการทำ เพราะมันคุ้มค่าจริงๆ

ส่วนผสมที่จะใช้ทำดำดิน(มันเป็นสูตรของเซียนแต่ละคนที่ไม่ค่อยจะยอมเปิดเผยซักเท่าไหร่นัก)

 แต่วันนี้นาย[ดอยปุย] ยอมเสี่ยงตายไปล้วงคองูเห่าจากเซียนเก่าแก่ท่านหนึ่ง เพื่อนำสูตรลับมาฝากเพื่อนๆสมาชิก “เจาะสนามนก” และเพื่อสุขภาพที่ดีของเจ้านกเขาใหญ่ทุกๆตัวเล๊ย..

สิ่งที่เราต้องใช้มีอะไรบ้างมาดูเลยครับ

 1. น้ำยาขนมจีนทั้งน้ำยากะทิและน้ำยาป่า

 2. เนื้อปลาช่อน

 3. น้ำมะขามเปียก

 4. ใบชุมเห็ด (สำคัญมากๆ)

 5. พริกป่น

 6. น้ำปลาอย่างดี

 7. น้ำผึ้งป่าแท้ๆ(ต้องแท้นะครับ)

 8. ดินจอมปลวกเผา(อันนี้ก็สำคัญมาก)

เมื่อทำเสร็จที่เนี้ย........จัดการเทให้นกกินโล๊ดด.... สังเกตดูขี้นกหลังจากที่มันกินเข้าไปแล้ว ขี้จะต้องเป็นสีดำและเหลวอย่างที่คุยไว้รึเปล่า แล้วอย่าตะลึง!! “นกของเราทำไมเปลี่ยนไป”

 และแล้วกระผมก็พิมพ์ไม่ไหวซะแล้วครับสำหรับฉบับที่ 4 ฉบับนี้ เหนื่อยจริงๆ แต่ก็เพื่อบรรดาสาวกนกเขาใหญ่คารมทุกท่าน แล้วในฉบับต่อไปจะยิ่งมีเนื้อหาสาระที่เข้มข้น ไม่มีใครเคยเปิดเผย  จะเอามาเล่าสู่กันฟังเหมือนเคย โดยผมนาย[ดอยปุย] (ถ้ายังไม่โดนลุง เซียนนกเขาคนนั้นฆ่าผมไปซะก่อนหากแกรู้ว่าผมแอบนำสูตรที่แกหวงนักหวงหนามาเขียนลงนิตยสาร)  ท้ายเรื่องก็ต้องขอขอบพระคุณทุกคนที่ติดตามครับ





 











สงวนลิขสิทธิ์โดย © นกกรงหัวจุก เจาะสนาม นก นกหัวจุก นกเขาชวา นกเขาใหญ่ นกเขา นกกรงหัวจุก การเลี้ยง กรงนก การซื้อขายนก zebra dove merbuk red whiskered bulbul spotted dove All Right Reserved.

ติดประกาศ: 2008-08-16 (14536 ครั้ง)

[ ย้อนกลับ ]
เวปไซค์ เจาะสนามนก (ดอท) คอม สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามทำซ้ำ คัดลอก รูป หรือ ข้อความ หรือ ความเห็น ทั้งหมด หรือ บางส่วน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากทางเวปไซค์ ก่อน ผู้ที่ฝ่าฝืน จะถูกดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด ก่อตั้งเมื่อ 12 สิงหาคม 2551

This website already registered under Thai law, The copy or duplication some pictures or sentence without approval by webmaster are illegal. Someone who done above will be file the criminal charge against them according to related Law provided highly level. This website was formulated since August 12,2008